คลังความรู้ Flow Meters
Flow Meters Guide
Flow Meter คืออะไร?
Flow Meter คืออะไร?
Flow Meter ทำงานอย่างไร
ตัวอย่างการใช้งานของ Flow Meter
จะเลือก Flow Meter ที่เหมาะสมได้อย่างไร?
สถานะของของไหล: แก๊ส / ของเหลว / ไอ
ใช้กับของไหลชนิดใด?
อัตราการไหล (Flow Rate) เท่าใด?
ความดันขาเข้าและขาออก (Inlet / Outlet Pressure)
อุณหภูมิแวดล้อมและอุณหภูมิของของไหล
ตำแหน่งติดตั้งของเครื่องวัดการไหล
- คุณต้องการอะไรจากเครื่องวัดการไหล?
- ประสิทธิภาพเทียบกับราคา (Performance vs Price)
- ความแม่นยำ (Accuracy) เทียบกับความสามารถในการทำซ้ำ (Repeatability)
- ความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Flexibility)
- สภาวะของกระบวนการที่ควรพิจารณามีอะไรบ้าง?
ควรเริ่มต้นเลือกเครื่องวัดการไหลอย่างไร
ก่อนเลือกเครื่องวัดการไหลที่เหมาะสม คุณควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ประเภทของของไหล (แก๊ส ของเหลว หรือไอ) และวัตถุประสงค์ของการใช้งาน
ในหัวข้อนี้ เราจะอธิบายพื้นฐานของเครื่องวัดการไหล วิธีการทำงาน การใช้งาน และแนวทางการเลือกให้เหมาะสมกับกระบวนการของคุณ
1. Flow Meter คืออะไร?
เครื่องวัดการไหล (Flow Meter) คืออุปกรณ์ที่ใช้วัดอัตราการไหลแบบ มวล (Mass Flow Rate) หรือ ปริมาตร (Volumetric Flow Rate) ของแก๊สหรือของเหลว โดยคุณอาจพบคำเรียกที่แตกต่างกัน เช่น Flow Sensor, Mass Flow Meter, Mass Flow Controller หรือ Flow Regulator ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการวัดหรือควบคุมการไหล โดยพื้นฐานแล้ว เครื่องวัดการไหลมีหน้าที่วัดปริมาณการไหลของแก๊สหรือของเหลวระหว่างสองจุดในกระบวนการ
ในบางกรณี อาจจำเป็นต้องมีการควบคุมหรือปรับอัตราการไหล ซึ่งสามารถทำได้โดยการรวมเครื่องวัดการไหลเข้ากับวาล์ว เพื่อสร้างเป็น Flow Controller ในรูปแบบนี้ นอกจากจะสามารถวัดการไหลได้แล้ว ยังสามารถควบคุมอัตราการไหลให้เปลี่ยนแปลงตามต้องการได้อีกด้วย
ข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือจะช่วยให้คุณเข้าใจกระบวนการของคุณได้ดียิ่งขึ้น และสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจด้าน คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความเร็วของกระบวนการ และการลดต้นทุน
2. Flow Meter ทำงานอย่างไร
การวัดการไหลของของไหลมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ได้แก่ การวัดแบบมวล (Mass Flow Measurement) และ การวัดแบบปริมาตร (Volumetric Flow Measurement) การวัดแบบปริมาตรจะขึ้นอยู่กับ อุณหภูมิและความดัน โดยเฉพาะในกรณีของแก๊ส และมักแสดงผลในหน่วยปริมาตร เช่น ml/min หรือ m³/h ในขณะที่การวัดแบบมวลจะใช้หน่วยเป็นมวล เช่น kg/h หรือ g/min อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก แก๊สสามารถอัดตัวได้ (Compressible) จึงมักนิยมแสดงค่าแบบมวลในรูปของ ปริมาตรมาตรฐาน (Standardised Volume) เช่น mln/min หรือ m³n/h ซึ่งช่วยให้การเปรียบเทียบและการใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ดังนั้น ในการเลือกใช้งาน คุณสามารถเลือกได้ระหว่าง Mass Flow Meter หรือ Volumetric Flow Meter ให้เหมาะสมกับลักษณะของกระบวนการ
นอกจากการวัดทั้งสองประเภทนี้แล้ว ยังมี หลักการวัด (Measuring Principles) ที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
หลักการวัดแบบมวล (Mass flow measuring principles)
- หลักการวัดแบบThermal measuring principle: ในกลุ่มนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบของเซนเซอร์ ได้แก่::
- แบบ By-pass สำหรับแก๊สBy-pass principle for gases
- แบบ Inline (CTA) สำหรับแก๊สInline (CTA) for gases
- แบบ Inline (CTA) สำหรับของเหลวInline CTA for liquids
- หลักการวัดแบบ CoriolisCoriolis measuring principle
Coriolis mass flow measuring principle
หลักการวัดแบบปริมาตร (Volume flow measuring principles)
- การวัดการไหลแบบอัลตราโซนิกUltrasonic flow measurement
- การวัดแบบวอร์เท็กซ์ (Vortex)
- การวัดแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic inductive)
- การวัดแบบความดันต่าง (Differential Pressure)
- Positive displacement
Thermal Mass Flow Meter/Controller for Gas (by-pass design).
Gas & liquid flow meters
เครื่องวัดการไหลบางประเภทถูกออกแบบมาสำหรับ แก๊ส (gas) ดยเฉพาะ ขณะที่บางประเภทเหมาะสำหรับ ของเหลว (liquid). นอกจากนี้ ยังมี flow meters บางชนิดที่ ไม่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของของไหล จึงสามารถใช้งานได้ทั้งกับแก๊สและของเหลว
คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า glossary (คำศัพท์) บนเว็บไซต์ของเรา
ซึ่งรวบรวมคำศัพท์และตัวย่อที่ใช้กันทั่วไปในด้านการวัดการไหล
3. ตัวอย่างการใช้งานของ Flow Meter
Flow Meter ถูกนำไปใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ดังตัวอย่างต่อไปนี้:
- เครื่องวัดการไหลสำหรับงาน Gas ChromatographyFlow meters used in gas chromatography
- เครื่องวัดการไหลสำหรับการใช้งานทางการแพทย์Flow meters used in medical applications
- เครื่องวัดการไหลในอุตสาหกรรมยานยนต์Flow meters used in the worldwide automotive industry
- เครื่องวัดการไหลในอุตสาหกรรมอาหาร สำหรับกระบวนการแปรรูปหัวบีทน้ำตาลFlow meters used in the food industry for processing sugar beets
- เครื่องวัดการไหลสำหรับงานบำบัดน้ำFlow meters used for water treatment applications
4. จะเลือก Flow Meter ที่เหมาะสมได้อย่างไร?
ในหัวข้อนี้ เราจะกล่าวถึงปัจจัยสำคัญบางประการที่ควรพิจารณาในการเลือกเครื่องวัดการไหล
โดยจะพิจารณาความแตกต่างของ หลักการวัด (Measurement Principles) แต่ละประเภท เพื่อช่วยให้คุณเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานด้านล่างนี้คือสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกเครื่องวัดการไหล แม้ว่าการใช้งานในห้องปฏิบัติการและงานอุตสาหกรรมจะมีความแตกต่างกัน แต่ปัจจัยส่วนใหญ่ยังคงใช้ร่วมกันได้ทั้งสองประเภท
Phase of the fluid: gas/liquid/vapour
เครื่องวัดการไหลบางประเภทสามารถตัดออกได้ทันที เนื่องจากไม่เหมาะสมกับการใช้งานนั้น ๆ
ตัวอย่างเช่น เครื่องวัดการไหลแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Flow Meter) ไม่สามารถใช้งานกับ Hydrocarbons ได้ และต้องใช้ของเหลวที่มี คุณสมบัตินำไฟฟ้า เท่านั้น นอกจากนี้ เครื่องวัดการไหลหลายประเภทไม่สามารถใช้วัด ไอ (Vapour) หรือของไหลที่มีลักษณะเป็น สารแขวนลอย (Slurry) ได้
ด้านล่างนี้เป็นการจัดกลุ่มเครื่องวัดการไหลตามประเภทของของไหลที่สามารถใช้งานได้:
- Gas – Thermal Mass, Coriolis Mass, Ultrasonic, Variable Area, Variable Differential Pressure, Positive Displacement, Turbine
- Liquid – Coriolis Mass, Ultrasonic, Thermal Mass, Variable Differential Pressure, Positive Displacement, Turbine, Electromagnetic
- Vapour – Vortex, Ultrasonic, Coriolis, Diaphragm and Floating Element
flow rate คืออะไร
อัตราการไหล (Flow Rate) มักเป็นสเปคที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาเลือกเครื่องวัดการไหล ปริมาณของของไหลสามารถแสดงได้ในรูปแบบของ ปริมาตร (Volume), ปริมาตรมาตรฐาน (Standard Volume) และ มวลจริง (True Mass) อัตราการไหลหมายถึง ปริมาณของของไหลที่ไหลผ่านอุปกรณ์วัดต่อหน่วยเวลา
คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ เพื่อทำความเข้าใจว่า เหตุใดการทราบเงื่อนไขอ้างอิงจึงมีความสำคัญ why it is important to know what reference conditions โดยทั่วไป ผู้ผลิตจะระบุช่วงการวัดของอุปกรณ์ (Full-scale Range) ทั้งค่าต่ำสุดและค่าสูงสุด ซึ่งควรสอดคล้องกับความต้องการของกระบวนการของคุณ
คุณใช้ Flow meter กับของไหลชนิดใด?
คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของของไหลมีผลต่อการเลือก วัสดุของเครื่องวัดการไหล และการทำงานของอุปกรณ์
โดยทั่วไป วัสดุที่สัมผัสกับของไหลโดยตรง (Wetted Parts) มักมีให้เลือก เช่น
- อะลูมิเนียม (Aluminium)
- สแตนเลส (Stainless Steel)
- Hastelloy
- Monel ร่วมกับซีลยาง เช่น Viton (FKM), Kalrez (FFKM) หรือ EPDM
โปรดทราบว่า เซนเซอร์แบบ MEMS หรือ CMOS (Chip Sensor) ที่ใช้ใน gas flow meters บางรุ่น เหมาะสำหรับแก๊สที่ไม่กัดกร่อนเท่านั้น และรองรับของไหลได้จำกัด
อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ความหนืดของของไหล (Viscosity) ความหนาแน่น (Density) ปริมาณของแข็งที่ปะปน (Dispersion / Solid Content) เนื่องจากเทคโนโลยีการวัดแต่ละประเภทไม่สามารถใช้งานได้กับของไหลทุกชนิด ตัวอย่างเช่น เครื่องวัดการไหลแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Flow Meter) สามารถใช้ได้เฉพาะกับของเหลวที่มีคุณสมบัตินำไฟฟ้าเท่านั้น
ความดันขาเข้า (Inlet) และขาออก (Outlet) เป็นเท่าใด?
ในการเลือกเครื่องวัดการไหล สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ คุณต้องการค่าความดันตกคร่อมต่ำ (Low Pressure Drop) หรือไม่
โดยความดันตกคร่อม (Pressure Drop) หมายถึง ความแตกต่างระหว่างความดันขาเข้าและขาออก นอกจากนี้ เครื่องวัดการไหลยังมี ค่าความดันใช้งานสูงสุด (Maximum Operating Pressure) ดังนั้น หากเป็นการใช้งานที่มีความดันสูง จำเป็นต้องพิจารณาค่าพิกัดความดันของอุปกรณ์ให้เหมาะสม
ในกรณีของ การควบคุมอัตราการไหล (Mass Flow Control) จำเป็นต้องทราบค่า ความดันขาเข้า (P1) และ ความดันขาออก (P2) เพื่อใช้ในการเลือกและกำหนดขนาดของ วาล์วควบคุม (Control Valve) ที่เหมาะสมที่สุด
ค่าอุณหภูมิแวดล้อม (Ambient Temperature) และอุณหภูมิของของไหลเป็นเท่าใด?
อุณหภูมิของของไหลและอุณหภูมิแวดล้อมของอุปกรณ์ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา
การเปลี่ยนแปลงของ อุณหภูมิของของไหล (fluid temperature) าจส่งผลต่อความแม่นยำในการวัด
ในกรณีที่อุณหภูมิมีความผันผวน การเลือกใช้เครื่องวัดการไหลที่มี ระบบชดเชยอุณหภูมิ (flow meter with temperature compensation) (e.g. the EL-FLOW Prestige flow meters).
นอกจากนี้ อุณหภูมิแวดล้อมที่ สูงหรือต่ำเกินไป อาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องวัดการไหล ทั้งในระหว่างการใช้งานและการจัดเก็บ
หากใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสุดขั้ว เช่น
• เตาเผา (Furnace)
• ระบบเผาไหม้ (Burner)
• หรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำมาก
จำเป็นต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์สามารถรองรับสภาวะดังกล่าวได้หรือไม่
ตำแหน่งติดตั้งของเครื่องวัดการไหล
ในการเลือกเครื่องวัดการไหล คุณจำเป็นต้องพิจารณา ตำแหน่งการติดตั้ง ว่าจะใช้งานในลักษณะใด เช่น ภายในอาคาร (Indoor) ภายนอกอาคาร (Outdoor) ในห้องปฏิบัติการ (Laboratory) หรือในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง
การใช้งานใน ห้องปฏิบัติการ จะมีข้อกำหนดที่แตกต่างจากงานใน อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ หรืออุตสาหกรรมหนักอื่น ๆ
ดังนั้น ควรเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและมาตรฐานของแต่ละการใช้งาน
- IP-rating
- NEMA
อีกปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ การรับรองมาตรฐาน (Certificates / Approvals) ที่จำเป็นสำหรับพื้นที่ติดตั้งเครื่องวัดการไหล ตัวอย่างเช่น มาตรฐาน ATEX หรือ IECEx สำหรับการใช้งานในพื้นที่อันตราย (Hazardous Area) มาตรฐาน FDA สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยา
ดังนั้น ควรตรวจสอบว่าเครื่องมือมีการรับรอง certificates ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณหรือไม่



5. คุณต้องการอะไรจากเครื่องวัดการไหล?
ในการเลือกเครื่องวัดการไหล คุณควรพิจารณาว่า สิ่งใดมีความสำคัญต่อกระบวนการของคุณ
และต้องการบรรลุผลลัพธ์อะไรจากการใช้งานอุปกรณ์
ความคุ้มค่าระหว่างประสิทธิภาพและราคา Performance vs price
เกณฑ์ที่ใช้ในการเลือกเครื่องวัดการไหลที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ราคาและประสิทธิภาพ หากคุณให้ความสำคัญกับราคามากเกินไป อาจได้อุปกรณ์พื้นฐานที่มี ประสิทธิภาพต่ำกว่ามาตรฐาน นอกจากราคาของตัวอุปกรณ์แล้ว ควรพิจารณา ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership)
ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายด้าน การติดตั้ง (Installation) การบำรุงรักษา (Maintenance) การซ่อมแซม (Repair)
รวมถึงค่าใช้จ่ายในการใช้งาน เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมของเครื่องวัดการไหลเพิ่มขึ้นได้
Flow Meter Accuracy versus Repeatability
ควรพิจารณาสเปคของเครื่องวัดการไหลก่อนการเลือกใช้งาน Accuracy and repeatability เป็นสเปคสำคัญที่ควรพิจารณา
ความแม่นยำของเครื่องวัดการไหล (Flow Meter Accuracy)
ความแม่นยำ Accuracy คือความใกล้เคียงของค่าที่วัดได้กับค่าจริง
สำหรับเครื่องวัดการไหล ค่าความคลาดเคลื่อนมักจะแสดงใน ใบรับรองการสอบเทียบ calibration certificate. และแสดงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น ±1% เครื่องวัดการไหลแต่ละประเภทมีความแม่นยำแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกการใช้งานที่จำเป็นต้องใช้ความแม่นยำสูงสุด
แต่ในงานที่ต้องการความถูกต้องสูง เช่น
• งานวิจัยและพัฒนาเชิงปริมาณ (Quantitative R&D)
• กระบวนการทางเคมีแบบเร่งปฏิกิริยา (Catalytic Applications)
ความแม่นยำเชิงสัมบูรณ์ (Absolute Accuracy) ถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างมาก
ความสามารถในการทำซ้ำของเครื่องวัดการไหล (Flow Meter Repeatability)
Repeatability คือความสามารถของเครื่องวัดการไหลในการให้ผลลัพธ์เดิม เมื่อทำการวัดภายใต้เงื่อนไขและตัวแปรเดียวกัน กล่าวคือ อุปกรณ์ควรแสดงค่าที่สม่ำเสมอทุกครั้งเมื่อใช้งานในสภาวะเดียวกัน ค่าความสามารถในการทำซ้ำนี้มักแสดงในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ เช่น ±% คุณสมบัตินี้มีความสำคัญอย่างมากในบางการใช้งาน เช่น ระบบเผาไหม้ burner applications ที่ต้องการความเสถียรและความสม่ำเสมอของการไหล
ความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Flexibility)
ในบางกรณี การเลือกเครื่องวัดการไหลที่สามารถใช้งานได้ หลากหลาย (Flexible Use) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ในโครงการวิจัยที่อาจมีการใช้งานต่อเนื่องในอนาคต แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะใช้ของไหลชนิดใด ในกรณีนี้ การเลือกเครื่องวัดการไหลที่ ไม่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของของไหล (Fluid Independent) และมี ช่วงการวัดที่กว้าง (Wide Flow Range) จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างมาก
หากการใช้งานของคุณมี การเปลี่ยนแปลงของอัตราการไหลสูง (High Flow Fluctuation) ควรเลือกเครื่องวัดการไหลที่มี Turndown Ratio สูง Turndown Ratio หรือที่เรียกว่า Rangeability คือช่วงที่เครื่องวัดการไหลสามารถวัดได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่ค่าต่ำสุดไปจนถึงค่าสูงสุด กล่าวอีกนัยหนึ่ง คืออัตราส่วนระหว่างค่าการไหลสูงสุดและต่ำสุด โดยสามารถคำนวณได้จากสูตร: Turndown Ratio = Maximum Flow / Minimum Flow
คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Turndown Ratio ได้ในส่วน FAQsของเรา
6. สภาวะของกระบวนการที่ควรพิจารณามีอะไรบ้าง?
การทำความสะอาด (Cleaning)
ในอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่ม และยา food and beverage and pharmaceutical industry, การทำความสะอาดอุปกรณ์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกัน การปนเปื้อนข้าม (Cross Contamination) Clean-in-Place (CIP) เป็นวิธีการทำความสะอาดภายในของระบบ เช่น ท่อ ถัง อุปกรณ์ ฟิลเตอร์ และข้อต่อ
โดยไม่ต้องถอดอุปกรณ์ออกจากระบบ โดยทั่วไป กระบวนการ CIP จะประกอบด้วยหลายขั้นตอน เช่น การล้างด้วยสารทำความสะอาดที่มีอุณหภูมิสูง การล้างด้วยกรดร้อน โดยอุณหภูมิอาจสูงถึง 95°C Steam-in-Place (SIP) หรือ Sterilisation-in-Place เป็นกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ ไอน้ำอิ่มตัว (Saturated Steam) ที่อุณหภูมิสูงถึงประมาณ 140°C อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เครื่องวัดการไหลทุกประเภท ที่สามารถรองรับกระบวนการทำความสะอาดแบบ CIP/SIP ได้
ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาในการเลือกใช้งาน นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเหล่านี้มักกำหนดให้ใช้ ซีลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน FDA
เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและความสะอาดของกระบวนการ
พื้นที่ติดตั้ง (Available Space)
พื้นที่ติดตั้งในกระบวนการของคุณมีข้อจำกัดหรือไม่? หากมี ควรเลือกเครื่องวัดการไหลที่มี ขนาดกะทัดรัดselect a flow meter that is compact และไม่จำเป็นต้องใช้ ระยะท่อตรง straight run of pipe ที่ด้านขาเข้าหรือขาออก ปัจจุบันมีเครื่องวัดการไหลแบบ ขนาดเล็กพิเศษ (Ultra-compact) ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี MEMS เช่น IQ+FLOW gas flow meterซึ่งเหมาะสำหรับงานที่มีพื้นที่จำกัด
การติดตั้งเครื่องวัดการไหล (Mounting of the Flow Meter)
ก่อนเลือกเครื่องวัดการไหล จำเป็นต้องพิจารณาว่า
จะติดตั้งอุปกรณ์ไว้ ตำแหน่งใด (Location) และ จัดวางอย่างไร (Positioning) ในระบบของคุณ ความแม่นยำของเครื่องวัดการไหลบางประเภทอาจได้รับผลกระทบจาก ทิศทางและตำแหน่งการติดตั้ง มากกว่าประเภทอื่น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง เช่น การสั่นสะเทือน (Vibrations) สัญญาณรบกวนระหว่างอุปกรณ์ (Crosstalk) การกระแทกของความดัน (Pressure Shocks) ผลกระทบจากท่อโค้ง (Bends), วาล์ว (Valves) การเปลี่ยนขนาดท่อ (Pipe Diameter Reduction) ทั้งด้านต้นน้ำและปลายน้ำ ผลกระทบเหล่านี้อาจแตกต่างกันไปตาม หลักการวัด (Operating Principle) ของเครื่องวัดการไหลแต่ละประเภท ดังนั้น ควรพิจารณาเงื่อนไขการติดตั้งให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีที่เลือกใช้งาน
Communication options
ควรตรวจสอบว่าคุณต้องการใช้เครื่องวัดการไหลแบบ ดิจิทัล (Digital) หรือ อนาล็อก (Analog)
รวมถึงต้องทราบว่าระบบของคุณรองรับ รูปแบบการสื่อสาร (Communication Protocol) ใด ระบบ Fieldbus ที่นิยมใช้งาน ได้แก่Profinet, EtherCAT, CANopen, Ethernet/IP และ POWERLINK รวมถึงระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น Modbus, Profibus และ DeviceNet นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ระบบสื่อสารเฉพาะของผู้ผลิต เช่น FLOW-BUS ติดตั้งระบบเครือข่ายได้ง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย รองรับการใช้งานร่วมกับ FlowSuite และซอฟต์แวร์อื่นของ Bronkhorst
ความชื้น (Moisture)
เครื่องวัดการไหลบางประเภทมีความไวต่อ ความชื้นหรืออนุภาค (Particles) มากกว่าประเภทอื่น ดังนั้น การติดตั้ง ระบบกรองที่เหมาะสม (Filtering) เพื่อปกป้องอุปกรณ์ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
โดยสรุป การเข้าใจหลักการทำงานของเครื่องวัดการไหล การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะ และการกำหนดวัตถุประสงค์ของกระบวนการอย่างชัดเจน ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการวัดการไหล การเลือกเครื่องวัดการไหลที่เหมาะสมต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญหลายประการ เช่น คุณสมบัติของของไหล อัตราการไหลที่ต้องการ อุณหภูมิของของไหล ความดันขาเข้าและขาออก สภาพแวดล้อมในการใช้งาน รวมถึงเงื่อนไขของกระบวนการ เช่น ข้อกำหนดด้านการทำความสะอาด (Cleaning / CIP / SIP) พื้นที่ติดตั้ง (Available Space) การติดตั้งและการประกอบ (Assembly / Mounting) ระบบการสื่อสาร (Communication)
หากคุณสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องวัดการไหลและการใช้งาน
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก บทความ (Blog) ของเรา

